ใส่เสื้อกีฬาแล้ว มีกลิ่น ตัว? มาดูวิธีการกำจกลิ่นของเสื้อกีฬา (ผ้าไมโครโพลีเอสเตอร์)

ใส่เสื้อกีฬาแล้ว มีกลิ่น ตัว

ใส่เสื้อกีฬาแล้ว มีกลิ่น ตัว? ปัญหาใหญ่ที่เรามักเจอ แน่นอนว่าการออกกำลังกายและการเล่นกีฬานั้นเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเรา แต่หนึ่งในปัญหาที่นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายมักประสบคือเรื่องของ “กลิ่น” ที่ติดอยู่ในเสื้อผ้าหลังจากการใช้งาน ด้วยสาเหตุจากเหงื่อและแบคทีเรียที่สะสมในเนื้อผ้ากีฬา การลดและป้องกันกลิ่นเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสดชื่นและความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ วันนี้ เราจะพูดถึงวิธีการและเคล็ดลับต่างๆ ที่สามารถช่วยลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากเสื้อผ้ากีฬา เพื่อให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมโปรดได้อย่างสบายใจและมั่นใจ 

สารบัญเนื้อหา

  • ทำไมเสื้อกีฬาเหม็นกลิ่นเหงื่อ (ใส่เสื้อกีฬาแล้ว มีกลิ่น ตัว?)
  • วิธีการซักเสื้อกีฬาให้หมดกลิ่น
  • สรุปความแตกต่างของเสื้อผ้าทั่วไป vs เสื้อกีฬาที่มีนวัตกรรม

ทำไมเสื้อกีฬาเหม็นกลิ่นเหงื่อ

ผ้าเสื้อกีฬาส่วนใหญ่จะผลิตจากเส้นใยไมโครโพลีเอสเตอร์ (Micro Polyester) เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เบา สบาย นุ่มลื่น และแห้งไว ที่สำคัญเป็นผ้าที่สามารถพิมพ์ซับลิมิชั่น ออกมาได้สดสวย แต่หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยกับผ้าแบบนี้คือการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เหตุผลที่ผ้าไมโครโพลีเอสเตอร์ หรือผ้าเสื้อกีฬาเกิดกลิ่นสามารถอธิบายได้ดังนี้:

ใส่เสื้อกีฬาแล้ว มีกลิ่น ตัว

1. การดูดซับน้ำและเหงื่อ:

แม้ว่าไมโครโพลีเอสเตอร์จะระบายความชื้นได้ดี แต่เส้นใยของมันก็สามารถดูดซับเหงื่อและน้ำมันจากร่างกายได้ น้ำและเหงื่อที่สะสมจะเป็นแหล่งอาหารสำหรับแบคทีเรีย ซึ่งแบคทีเรียที่เจริญเติบโตจะปล่อยกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา

2. การสะสมของแบคทีเรีย:

ผ้าไมโครโพลีเอสเตอร์มีโครงสร้างที่ละเอียดทำให้แบคทีเรียสามารถเข้าไปสะสมอยู่ในเส้นใยได้ง่าย การสะสมนี้ทำให้เกิดกลิ่นที่คงอยู่แม้จะผ่านการซักแล้วก็ตาม

3. การปิดกั้นของน้ำยาซักผ้า:

องค์ประกอบของเส้นใยไมโครโพลีเอสเตอร์สามารถทำให้การซักด้วยน้ำยาซักผ้าไม่สามารถเข้าถึงทุกส่วนของเส้นใยได้ดี ซึ่งทำให้ไม่สามารถขจัดแบคทีเรียทั้งหมดได้ ทำให้กลิ่นยังคงอยู่

4. การผลิตน้ำมันบนร่างกาย:

น้ำมันที่ถูกผลิตโดยต่อมไขมันบนผิวหนังของเราเมื่อผสมกับเหงื่อจะเข้าสู่เส้นใยของผ้าไมโครโพลีเอสเตอร์ได้ง่าย การสะสมน้ำมันนี้เป็นแหล่งอาหารที่ดีสำหรับแบคทีเรีย ทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์

ใส่เสื้อกีฬาแล้ว มีกลิ่น ตัว

วิธีการซักเสื้อกีฬาให้หมดกลิ่น

การลดกลิ่นของผ้าไมโครโพลีเอสเตอร์เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะถ้าคุณใช้ผ้าชนิดนี้ในการผลิตเสื้อกีฬา เสื้อวิ่ง หรือเสื้อฟอร์มสำหรับพนักงาน นี่คือขั้นตอนที่สามารถทำได้เพื่อให้ผ้าไมโครโพลีเอสเตอร์ หรือผ้ากีฬาเกิดกลิ่นน้อยลง:

1. การซักเสื้อกีฬาอย่างถูกต้อง:

–  ซักบ่อย และซักทันที: ซักผ้าไมโครโพลีเอสเตอร์ทันทีที่สามารถทำได้หลังจากใช้งาน แทนที่จะทิ้งไว้ในตะกร้าผ้าข้ามคืน

– ใช้ผงซักฟอกที่มีประสิทธิภาพ: เลือกใช้ผงซักฟอกที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผ้าสังเคราะห์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการกำจัดกลิ่นได้ดี

– ใช้น้ำส้มสายชูหรือเบคกิ้งโซดา: เพิ่มน้ำส้มสายชูหรือน้ำเบคกิ้งโซดาลงในน้ำซักผ้าจะช่วยในการกำจัดกลิ่นและแบคทีเรีย

2. การตากและการอบผ้าเพื่อลดกลิ่นเหม็นของเสื้อกีฬา:

– ตากผ้าในที่มีลมแรงและแดดจัด: แสงแดดมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่น

– หลีกเลี่ยงการตากผ้าในที่อับชื้น: เพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นและแบคทีเรีย

3. การเพิ่มสัมผัสเพื่อยับยั้งกลิ่นเสื้อกีฬา:

– ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีส่วนผสมของสารยับยั้งแบคทีเรีย: น้ำยาปรับผ้านุ่มบางยี่ห้อมีคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่น

– ใช้สเปรย์ปรับผ้านุ่มหลังซัก: หลังจากซักและตากแห้ง ให้ฉีดสเปรย์ปรับผ้านุ่มที่มีส่วนผสมของสารยับยั้งแบคทีเรีย

4. การดูแลรักษาและจัดเก็บเสื้อกีฬา:

– สะอาดและแห้งก่อนเก็บ: แน่ใจว่าผ้าไมโครโพลีเอสเตอร์สะอาดและแห้งสนิทก่อนนำมาเก็บเพื่อลดโอกาสในการเกิดกลิ่น

– เก็บในที่ที่มีการระบายอากาศดี: ไม่ควรเก็บเสื้อผ้าในที่อับชื้นหรือไม่มีการระบายอากาศ

5. การดูแลรักษาขณะใช้งาน:

– ใช้เสื้อซับในที่ซึมซับเหงื่อได้ดี: ใส่เสื้อซับในที่ทำจากผ้าซึมซับเหงื่อช่วยลดการเกิดกลิ่นบนเสื้อไมโครโพลีเอสเตอร์

– เปลี่ยนและซักอย่างสม่ำเสมอ: เสื้องานที่ได้รับการสวมใส่ทุกวันควรมีการซักอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย

6. เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อลดกลิ่นเหม็นอับของเสื้อกีฬา:

1. เทคโนโลยีต่อต้านแบคทีเรีย (Anti-Microbial Technology) หรือ นาโนเทคโนโลยี

สาเหตุหลักของกลิ่นอับไม่ใช่ตัวเหงื่อเอง แต่คือแบคทีเรียที่กัดกินไขมันในเหงื่อแล้วคายก๊าซออกมา นวัตกรรมในกลุ่มนี้จึงเน้นการทำลายวงจรชีวิตของแบคทีเรียค่ะ

  • Silver Ion (Ag+): เป็นนวัตกรรมที่นิยมที่สุด โดยการฝังอนุภาคเงินขนาดเล็กลงในเส้นใย เงินมีประจุบวกที่จะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ทำให้มันไม่สามารถเติบโตหรือขยายพันธุ์ได้
  • Zinc Pyrithione: คล้ายกับเงิน แต่ใช้สังกะสีเป็นตัวช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งมักมีราคาต้นทุนที่ย่อมเยากว่า
  • Chitosan (ไคโตซาน): เป็นนวัตกรรมสายธรรมชาติ (Eco-friendly) สกัดจากเปลือกกุ้งหรือปู นำมาเคลือบเส้นใยเพื่อยับยั้งแบคทีเรีย เหมาะสำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นสินค้าปลอดสารเคมีสังเคราะห์

2. เทคโนโลยีการจัดการความชื้น (Moisture Management)

หลักการคือ ถ้าผ้าแห้งไว แบคทีเรียก็ไม่มี “ความชื้น” ในการเจริญเติบโตค่ะ

  • Capillary Action (การซึมตามรูเล็ก): แทนที่จะใช้ใยผ้าทรงกลมธรรมดา นวัตกรรมจะออกแบบหน้าตัดของเส้นใยให้เป็นรูปดาวหรือรูปกากบาท เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวให้เหงื่อระเหยออกไปได้เร็วกว่าปกติ (เช่น เทคโนโลยี Dri-FIT หรือ Coolmax)
  • Hydrophilic & Hydrophobic Layer: การทอผ้า 2 ชั้น โดยชั้นในสุดจะเกลียดน้ำ (ดันเหงื่อออก) และชั้นนอกจะชอบน้ำ (ดึงเหงื่อมากระจายตัวเพื่อระเหย) ทำให้ผิวสัมผัสด้านในแห้งสนิทตลอดเวลา

3. การใช้เส้นใยธรรมชาติที่มีคุณสมบัติพิเศษ (Natural Performance Fibers)

บางครั้งนวัตกรรมที่ดีที่สุดอาจมาจากธรรมชาติเอง:

  • Merino Wool: ขนแกะเมริโนมีคุณสมบัติในการดูดซับโมเลกุลของกลิ่นไว้ข้างในเส้นใย และจะปล่อยออกมาตอนซักเท่านั้น ทำให้ใส่ซ้ำได้หลายครั้งโดยไม่มีกลิ่น
  • Coffee Grounds (S.Café): การนำกากกาแฟมาผ่านกระบวนการและผสมลงในเส้นใย กากกาแฟมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่น (เหมือนที่เราวางกากกาแฟในตู้เย็น) และช่วยป้องกันรังสี UV ได้ด้วย

4. นวัตกรรมการทอ (Zero-Seam & Body Mapping)

  • Body Mapping: ใช้คอมพิวเตอร์คำนวณว่าส่วนไหนของร่างกายเหงื่อออกมากที่สุด (เช่น ใต้วงแขน แผ่นหลัง) แล้วออกแบบให้บริเวณนั้นมีการทอที่โปร่งเป็นพิเศษ (Mesh Panel) เพื่อให้ลมผ่านได้ดีที่สุด ลดการสะสมของเหงื่อตั้งแต่ต้นทาง

สรุปความแตกต่างของเสื้อผ้าทั่วไป vs เสื้อกีฬาที่มีนวัตกรรม

คุณสมบัติเสื้อผ้าทั่วไป (Cotton)เสื้อกีฬานวัตกรรมใหม่
การอุ้มน้ำอุ้มน้ำได้สูง (หนักและแห้งช้า)อุ้มน้ำต่ำ (ระเหยเร็วมาก)
การจัดการแบคทีเรียไม่มี (เป็นแหล่งสะสม)มีสารเคลือบหรืออนุภาคยับยั้ง
ลักษณะเส้นใยเส้นใยธรรมชาติเรียบๆเส้นใยสังเคราะห์ที่ออกแบบโครงสร้างพิเศษ
การเกิดกลิ่นกลิ่นสะสมง่ายและฝังลึกกลิ่นเกิดยาก และซักออกง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม แม้เสื้อกีฬานวัตกรรมจะช่วยในเรื่องของกลิ่นเหม็นอับของเสื้อ ยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียใดๆ แต่ว่าการดูแลรักษาที่ดี ยังเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า แม้เสื้อจะผลิตจากผ้าเทคโนโลยีนาโนสมัยใหม่เพียงใด ถ้าเราไม่ซักเสื้ออย่างถูกวิธี ทิ้งเสื้อกีฬาที่เปรอะเหงื่อไว้ข้ามวันข้ามคืน ก็เลี่ยงการเกิดกลิ่นอับชื้น เหม็นเหงื่อได้ยากค่ะ สำคัญมากทีเดียวนะคะ การซักเสื้อทันที ไม่ทิ้งไว้นานเกิน เพื่อไม่ปล่อยโอกาสแบคทีเรียได้เติบโต และฝังลึกเข้าไปในเส้นใยผ้า เป็นการป้องกันและแก้ไขกลิ่นเหม็นของเสื้อได้ดีมากเลยค่ะ แต่ถ้าสนใจผ้ากีฬานวัตกรรมที่ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการสวมใส่มากขึ้น สามารถปรึกษาเราได้นะคะ ที่นี่ รวมถึงเข้ามาดูSample ต่างๆที่ออฟฟิศได้เลยค่ะ หรือหากไม่สะดวกก็ให้ทางเราจัดส่งให้ได้เช่นกันค่ะ

สรุป

ใส่เสื้อกีฬาแล้ว มีกลิ่นตัว เป็นปัญหาที่รบกวนผู้สวมใส่เป็นอย่างมาก การลดกลิ่นของเสื้อผ้ากีฬาเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับนักกีฬาและผู้ที่รักการออกกำลังกาย  รวมถึงเสื้อฟอร์มพนักงานที่ผ้ากีฬา เนื่องจากกลิ่นเหงื่อและแบคทีเรียที่สะสมในผ้าสามารถรบกวนความสบายใจและความมั่นใจของผู้สวมใส่ได้ บทความนี้ได้นำเสนอวิธีการและเคล็ดลับต่างๆ ในการดูแลเสื้อผ้าให้ปราศจากกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ตั้งแต่การทำความสะอาดที่ถูกวิธี การรักษาความสะอาดเสื้อผ้าในระยะยาว เพื่อให้เสื้อผ้ากีฬาไม่เพียงแต่สะอาดและปลอดกลิ่น แต่ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ดังนั้นการทำผ้าไมโครโพลีเอสเตอร์ให้เกิดกลิ่นน้อย ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องมีการดูแลรักษาและการปฏิบัติที่เหมาะสม หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการดูแลเสื้อฟอร์ม หรือเสื้อกีฬาไมโครโพลีเอสเตอร์ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและมีกลิ่นหอมสดชื่นตลอดเวลา

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม และโปรโมชั่นพิเศษจาก บริษัท สหวัฒน์ การ์เม้นท์ จำกัด ก่อนใคร! ได้ที่นี่!
​ ​ 👕Website: https://www.sahawath.com/
​ 👕Polo Page: https://www.sahawath.com/polo/
​ 👕T-Shirt Page: https://www.sahawath.com/t-shirt/
​ 👕FaceBook: https://www.facebook.com/clothtesoU
​ 👕LINE: @sahawath
​ 👕Email: contact@sahawath.com
​ 👕Phone: 02-454-3669

ต้องการสั่งผลิตเสื้อยืด หรือเสื้อโปโลกับเรา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Recommended Posts