
“ผ้า Drytech” เป็นผ้านวัตกรรมที่ผลิตขึ้นเพื่อตอบโจทย์ อากาศร้อนในเมืองไทย เมื่อลูกค้าทักเราเข้ามา เพื่อสอบถามเรื่องการผลิตเสื้อโปโล ยูนิฟอร์มต่างๆ พอเราถามลูกค้าว่าอยากได้ผ้าแบบไหน ส่วนใหญ่คำตอบแรกคือ ผ้าที่ใส่แล้วไม่ร้อน จากบทความที่แล้วมา ผ้าที่ระบายอากาศ และซึมซับเหงื่อได้ดีที่สุด คือ ผ้าคอตตอน แต่จะมีปัญหาเรื่องหดและเสียทรง จึงมีการพัฒนานำเอาผ้าโพลีเอสเตอร์มาผสม เป็นผ้า TC และ CVC อย่างไรก็ดี ผ้า TC และ CVC จะมีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดีประมาณหนึ่ง ซึ่งพอบวกกับความหนาของเนื้อผ้าแล้ว พบว่าลูกค้าบางคนที่ไม่ได้ทำงานในห้องออฟฟิศติดแอร์ตลอด จะยังรู้สึกว่าใส่แล้วร้อน ดังนั้น คำตอบที่เรามักจะตอบลูกค้า ก็จะคือ ผ้าดรายเทค นั่นเอง มาทำความรู้จักกับผ้าตัวนี้ ในบทความนี้กันค่ะ
สารบัญเนื้อหา
- ผ้า Drytech คืออะไร?
- คุณสมบัติผ้า Drytech
- เปรียบเทียบ ผ้า Drytech vs ผ้า CVC ต่างกันอย่างไร?
- เหตุผลที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้ ผ้า Drytech ทำเสื้อโปโลยูนิฟอร์ม
ผ้า Drytech คืออะไร?

ผ้า ดรายเทค คือ นวัตกรรมการทอผ้าโครงสร้างพิเศษแบบ 2 ชั้น (Double Layer Construction) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาของคนใส่เสื้อโปโลในเมืองร้อนอย่างเช่น ประเทศไทยโดยเฉพาะ ผ้าตัวนี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ดึงเอาคุณสมบัติเด่นของเส้นใย 2 ชนิดมาใช้ได้อย่างลงตัว
- ชั้นนอก (Cotton): เป็นเส้นใยธรรมชาติ หรือผ้าฝ้าย (Cotton) มีคุณสมบัติถ่ายเทอากาศได้ดี ผิวสัมผัสนุ่มนวลอ่อนโยน และยังช่วยให้เสื้อดูพรีเมียม สวยงาม และช่วยซึมซับเหงื่อจากชั้นในได้ดี
- ชั้นใน (Micro Polyester): เป็นเส้นใยไมโครโพลีเอสเตอร์ที่มีการทอแบบพิเศษ ช่วยให้ผิวสัมผัสนุ่มลื่นและทำหน้าที่ “ส่งผ่านความชื้น” หรือ ส่งผ่านเหงื่อของผู้สวมใส่ ออกสู่ด้านนอกได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ผ้าตัวนี้จะทอได้ค่อนข้างบาง ไม่หนามาก แต่ก็จะทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกไม่ร้อน แต่สำหรับผู้ที่นิยมชอบเสื้ออย่างหนา อาจจะไม่ชอบผ้าชนิดนี้เท่าใดนัก
คุณสมบัติผ้า Drytech

คุณสมบัติเด่นของผ้าดรายเทค มีหลายข้อด้วยกัน ดังนี้:
1. ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม (High Breathability):
ด้วยโครงสร้าง 2 ชั้น ทำให้ลมผ่านได้ง่าย ใส่แล้วรู้สึกเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว
2. แห้งไว ไม่ทิ้งคราบเหงื่อ (Quick Dry):
เมื่อเหงื่อออก ผ้าชั้นในจะดันเหงื่อออกไปที่ผ้าชั้นนอกทันที ทำให้ผิวหนังแห้งสบายตลอดวัน
3. ไม่ยับ ไม่ต้องรีด (Non-Iron):
ผ้ามีความยืดหยุ่นสูงและคืนตัวได้ดีมาก หลังซักเพียงแค่สะบัดตากก็สามารถนำมาใส่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรีด
4. อยู่ทรงสวย ไม่ย้วย (Shape Retention):
แม้จะผ่านการซักหลายครั้ง เสื้อโปโลผ้าดรายเทค จะยังคงรักษารูปทรงเดิมได้ดีกว่าผ้าคอตตอนทั่วไป
5. สัมผัสนุ่มลื่น (Soft Touch):
ด้านที่สัมผัสผิวเป็นใยไมโครขนาดเล็ก ทำให้ไม่ระคายเคืองผิว และไม่เป็นขนหลังการใช้งาน
เปรียบเทียบ ผ้า Drytech vs ผ้า CVC ต่างกันอย่างไร?
ผ้าดรายเทค เป็นผ้าเนื้อผสมที่มีคอตตอนในอัตราที่สูง โดยส่วนมากจะใช้อัตราส่วนผสม คอตตอน 65% และ ไมโครโพลีเอสเตอร์ 35% ซึ่งอัตราส่วนผสมนี้ พอๆกับของส่วนผสมของผ้า CVC เลย ดังนั้นเรามาดูกันว่า ผ้าดรายเทค และ ผ้าCVC มันแตกต่างกันอย่างไร
ตารางเปรียบเทียบ: ผ้า ดรายเทค vs ผ้า CVC
| คุณสมบัติ | ผ้า ดรายเทค (นวัตกรรม 2 ชั้น) | ผ้า CVC (ผสมคอตตอนสูง) |
| โครงสร้างเนื้อผ้า | ทอ 2 ชั้น (Double Layer) ด้านนอกเป็นคอตตอน 65% ด้านในเป็นไมโครโพลีเอสเตอร์ 35% | ทอชั้นเดียว เป็นการนำเส้นใยคอตตอน65%ผสมกับโพลีเอสเตอร์ 35% |
| การระบายอากาศ | ดีเยี่ยม (มีเทคโนโลยีดูดซับและระเหยเหงื่อได้ทันที) | ดี (ระบายอากาศได้ดีเพราะมีส่วนผสมของคอตตอนสูง) |
| ความยับ / การรีด | ไม่ยับ (แทบไม่ต้องรีด สะบัดตากใส่ได้เลย) | ยับง่ายกว่า (ต้องรีดเพื่อให้ดูเรียบเนียนและเป็นทรง) |
| การซึมซับเหงื่อ | ดันเหงื่อออกด้านนอก ทำให้ผิวแห้งสบาย | ซึมซับเหงื่อได้ดีเยี่ยม แต่ผ้าจะหนักและแห้งช้ากว่า |
| โอกาสการเกิดขน | ต่ำมีโอกาสเกิดขนได้ (หากผ่านการซักและใช้งานเป็นเวลานาน) | มีโอกาสเกิดขนได้ (หากผ่านการซักและใช้งานเป็นเวลานาน) |
| ความอยู่ทรง | มีความหดและย้วยมากกว่าผ้า CVC | อยู่ทรงได้ดี แต่อาจมีการหดตัวเล็กน้อยในการซักครั้งแรก |
| ระดับราคา | สูง (Premium) เหมาะกับยูนิฟอร์มเกรดเอ | สูง (Premium) เหมาะกับยูนิฟอร์มเกรดเอ |
เหตุผลที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้ ผ้า Drytech ทำเสื้อโปโลยูนิฟอร์ม
แม้ราคาของเสื้อโปโลผ้าดรายเทค จะสูงกว่าผ้าชนิดอื่น แต่เชื่อหรือไม่ว่า ผ้าชนิดนี้เป็นผ้ายอดนิยม ที่ถูกเลือกใช้เป็นยูนิฟอร์มของบริษัท และองค์กรต่างๆมากมาย ด้วยคุณสมบัติของผ้าที่ตอบโจทย์การใช้งาน และสภาพอากาศของประเทศไทย ผ้าตัวนี้อาจจะไม่ใช่ผ้าราคาถูก แต่ได้ในเรื่องของประสิทธิภาพและความคุ้มค่าค่ะ ซึ่งเราขอจำแนกเหตุผล 5 ข้อดังนี้
1. ผ้าที่เสริมภาพลักษณ์องค์กรให้ดู “สมาร์ท”
พนักงานคือหน้าตาของบริษัท ผ้าดรายเทค มีคุณสมบัติ ไม่ยับง่ายและคืนตัวได้ดี ทำให้เสื้อดูเรียบกริบตลอดเวลา แม้พนักงานจะต้องลุกนั่งบ่อย เดินทางไปพบลูกค้า หรือทำงานในสภาพอากาศร้อน เสื้อก็ยังคงรูปทรงสวยงาม ไม่ดูยับเยินเหมือนผ้าคอตตอนทั่วไป
2. ผ้าที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
เมื่อพนักงานใส่สบาย ก็จะโฟกัสกับงานได้มากขึ้น ไม่รู้สึกเหนอะหนะ อึดอัด ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำงานได้เป็นอย่างดี
3. ผ้าที่ตอบโจทย์ Work-Life Balance (เพราะไม่ต้องรีด)
หนึ่งในเหตุผลที่พนักงานรักยูนิฟอร์มผ้าดรายเทค มากที่สุดคือ “ซักสะบัดตาก ใส่ได้ทันที” ช่วยลดภาระงานบ้านและประหยัดเวลาในการรีดผ้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานรุ่นใหม่ที่เน้นความสะดวกสบาย
4. ผ้าสำหรับความคุ้มค่าในระยะยาว
แม้ผ้าดรายเทค จะมีราคาสูงกว่าผ้าเกรดอื่นๆ แต่ก็คุณภาพที่ได้เกินคุ้ม มากกว่าราคาที่จ่ายเสียอีกค่ะ
5. ผ้านวัตกรรมที่สะท้อนวิสัยทัศน์องค์กร
การเลือกใช้ผ้าที่มีเทคโนโลยี (Functional Fabric) แสดงถึงความใส่ใจของบริษัทที่มีต่อพนักงาน และสะท้อนภาพลักษณ์การเป็น องค์กรที่ทันสมัย ก้าวทันเทคโนโลยีและใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อย
สรุป
ผ้าดรายเทค นั้นนิยมนำมาทำเสื้อโปโลอย่างรวดเร็วในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตมีการพัฒนาลายทอแบบต่างๆ ให้ดูสากลมากขึ้น เช่น ลายคล้ายเม็ดข้าวสารออกแนวสปอร์ต ออกไปทางแบรนด์กีฬาชั้นนำอย่าง ไนกี้ หรือ เพิ่มความเป็นทางการขึ้นมา เป็น ลายลาคอส (Lacoste) ที่ทอลายเทียบเคียงกับแบรนด์ดัง Lacoste ซึ่งการพัฒนาลายทอต่างๆนั้น ก็เป็นตัวเลือกหลากหลายให้กับผู้ที่อยากทำเสื้อโปโลได้เลือกสรร การสั่งทำเสื้อโปโลด้วยผ้าดรายเทค ไม่ใช่แค่การซื้อเสื้อผ้า หรือยูนิฟอร์ม ธรรมดาๆ แต่คือ การลงทุนในภาพลักษณ์และสวัสดิภาพของพนักงาน ที่ให้ผลตอบแทนเป็นความมั่นใจและ อาจจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างไม่คาดคิดได้ค่ะ
ติดตามข่าวสาร กิจกรรม และโปรโมชั่นพิเศษจาก บริษัท สหวัฒน์ การ์เม้นท์ จำกัด ก่อนใคร! ได้ที่นี่!
👕Website: https://www.sahawath.com/
👕Polo Page: https://www.sahawath.com/polo/
👕T-Shirt Page: https://www.sahawath.com/t-shirt/
👕FaceBook: https://www.facebook.com/clothtesoU
👕LINE: @sahawath
👕Email: contact@sahawath.com
👕Phone: 02-454-3669





